สหรัฐอาจพลาดเป้า “ปลดล็อก” จากโควิดด้วยวัคซีน

0

เป้าหมายฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็ม ให้ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่อย่างน้อย 70% ภายในวันที่ 4 ก.ค.นี้ อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะกลุ่มคนหนุ่มสาวยังไม่ยอมฉีดวัคซีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ว่านายเจฟฟรีย์ ไซเอนต์ส ผู้ประสานงานด้านการตอบสนองต่อเชื้อไวรัสโคโรนาของทำเนียบขาว แถลงเมื่อวันอังคาร ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำหนดเป้าหมายให้ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่อย่างน้อย 70% ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดส ภายในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันชาติของสหรัฐ

ทั้งนี้ ไซเอนต์สคาดการณ์ว่า การฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ น่าจะบรรลุเป้าหมายได้กับกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 27 ปีขึ้นไป แต่สำหรับประชากรอายุระหว่าง 18-26 ปี “ยังคงเป็นงานหนัก” สำหรับทุกฝ่าย โดยที่ปรึกษาของไบเดนกล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นชาวอเมริกันยังคงมองว่า “ไม่ได้รับผลกระทบ” จากสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ จึงสรุปความเอาเองว่า “ไม่มีความจำเป็น” ที่จะต้องไปฉีดวัคซีน แม้หน่วยงานทั้งส่วนกลางและระดับรัฐร่วมกันรณรงค์อย่างหนักก็ตาม

แม้ในภาพรวมถือว่า สหรัฐฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็ม ให้กับประชากรวัยผู้ใหญ่ได้แล้ว 70% แต่ไซเอนต์สกล่าวว่า สถิติตอนนี้ขึ้นอยู่กับผู้มีอายุตั้งแต่ 30 ปี ขณะที่มีเพียง 15 รัฐเท่านั้น ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในพื้นที่ของตัวเอง ได้มากกว่าเป้าหมาย 70%
 
ด้านนพ.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอช ) และที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า เชื้อไวรัสกลายพันธุ์เดลตา ที่พบครั้งแรกในอินเดีย กำลังเข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐ และยังคงเชื่อมั่นว่า วัคซีนที่ผลิตและใช้งานอยู่ในประเทศจะสามารถยับยั้งความรุนแรงของเชื้อเดลตาได้

Related Posts

© All Right Reserved
Proudly powered by WordPress | Theme: Shree Clean by Canyon Themes.